ทริปแรกของมือใหม่ เราจะเริ่มต้นกันอย่างไรดี

เราได้ยินเรื่องเล่าจากนักปั่นคนอื่นๆมามากมาย ได้เห็นภาพถ่ายทริปการท่องเที่ยวอันน่าตื่นเต้นของพวกเขา หลายๆคนอาจจะได้อ่านหนังสือบันทึกการปั่นจักรยานทั่วโลกของนักปั่นหลายราย วีดีโอ หรือแม้กระทั่งได้อ่านหนังสือคู่มือการท่องเที่ยวด้วยจักรยานมาแล้ว – เราตื่นเต้นกับมัน รู้สึกมีส่วนร่วม และอยากได้รับรู้ประสบการณ์เหล่านั้น เก็บข้าวของใส่กระเป๋า แล้วเอาจักรยานคู่ใจของเราออกไปเผชิญโลกกว้าง

เราสะสมความรู้สึกตื่นเต้น อยากออกไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์, เราสะสมชิ้นส่วนของข้อมูลเอาไว้มากมายเต็มไปหมด อยากเอามาปะติดปะต่อกัน แล้วก็ลองเอาความรู้ที่มีออกไปใช้งานจริงเสียที …. ปัญหาเดียวที่เหลืออยู่ตอนนี้ คือ “วางแผนทริปแรกของเรา”

ตัวเลือก 2 แนวทางสำหรับการปั่นจักรยานทริปแรก

เข้าร่วมกิจกรรมปั่นทัวร์ริ่งที่จัดอย่างเป็นทางการ

ในการวางแผนปั่นทริปแรกของใครหลายๆคน ตัวเลือกที่ง่ายที่สุด คือ การเข้าร่วมทริปปั่น ทริปที่ถูกจัดขึ้นอย่างเป็นทางการ ทริปอย่างเป็นทางการ โดยส่วนใหญ่ มักจะมาพร้อมกับเส้นทางปั่นที่ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว สถานที่พักที่วางแผนเอาไว้ เพื่อนนักปั่นจำนวนไม่น้อย พร้อมกับผู้ที่คอยให้ความช่วยเหลือเพื่อนนักปั่น ที่อาจจะหมายถึงรถยนต์ติดตาม ทริปรูปแบบนี้ทำให้การปั่นครั้งแรกเป็นเรื่องง่าย หากมีอะไรที่ขาด ไม่พอ มีปัญหาระหว่างทาง เราสามารถขอรับความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมทางได้ และเนื่องจากทริปแบบนี้ มักจะถูกวางแผนมาเป็นอย่างดี ปัญหาที่มือใหม่ไร้ประสบการณ์อาจจะยังไม่เคยเจอบนถนน จะได้รับการแก้ไขได้โดยเพื่อนร่วมทาง, ทริปแบบนี้ ที่เราแทบจะไม่ต้องวางแผนอะไรเองมากมายนัก จะได้ให้ประสบการณ์ ตอบคำถามว่า จักรยานทัวร์ริ่งเหมาะสมกับเราจริงๆหรือไม่ ได้พบเจอกับคนอื่นๆแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ ข้อดีอื่นๆของการเข้าร่วมกิจกรรมปั่นแบบนี้ คือ อาจจะไม่ต้องขนสัมภาระด้วยตัวเองมากมายนัก อาจจะไม่ต้องเตรียมอาหาร และที่พักก็จะถูกจัดเตรียมเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยไม่ต้องไปหาเอาดาบหน้า – มันขึ้นกับระยะทาง เวลา และประเภทของผู้จัด ทริปแบบนี้ อาจมีค่าใช้จ่ายอยู่บ้าง แต่ก็ค่อนข้างประหยัดมาก โดยเฉพาะทริปที่จัดโดยกลุ่มจักรยานทัวร์ริ่งที่มีอยู่ทั่วประเทศไทย ดีไม่ดี ทริปแบบนี้ ประหยัดกว่าความพยายามทำทริปปั่นด้วยตัวเองด้วยซ้ำ

วางแผนการปั่นทัวร์ แบบดูแลตัวเองทุกอย่างที่ขวางหน้า

การสอบถามนักปั่นจักรยานท่องเที่ยวหลายคน คำแนะนำจากนักปั่นหลายๆท่าน บอกว่า วิธีที่ง่ายที่สุด คือ มองหา เกสเฮ้าส์, โฮมสเตย์, โรงแรม เลือกสถานที่เป้าหมายที่จะไป ให้อยู่ในระยะทางการปั่นที่ไม่ลำบากมากนัก ให้สบายพอที่จะปั่นออกจากบ้านช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ไปวันเสาร์ ค้างหนึ่งคืน แล้วกลับมาถึงบ้านวันอาทิตย์, ระยะทางที่เลือกปั่นนั้น ควรเลือกระยะทางที่น้อยกว่าระยะทางไกลที่สุดที่เราสามารถปั่นได้สักเล็กน้อย เช่น ถ้ารู้สึกมั่นใจว่าสามารถปั่นได้ 150 กิโลเมตร ก็อาจเลือกทริปปั่นระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร จุดประสงค์ของการเลือกระยะทางที่น้อยกว่าความสามารถสูงสุดนี้ ก็เพราะต้องทำให้มั่นใจว่า หากเกิดปัญหาระหว่างทาง ก็จะมีเวลามากพอสำหรับการจัดการปัญหาต่างๆให้สำเร็จได้ เนื่องจากการมีประสบการณ์ในการปั่นทัวร์ริ่งที่น้อยนิด เรื่องมากมายที่ต้องตัดสินใจ น้ำหนักสัมภาระที่ต้องบรรทุกอยู่บนจักรยาน ความถี่ในการหยุดพักระหว่างทาง เวลาที่จะเสียไป และเรื่องที่ไม่สามารถคาดเดาได้หลายๆเรื่องที่จะต้องพบเจอ – เราอาจจะเลือก รีสอร์ทใกล้บ้านที่เราคุ้นเคย ปั่นจักรยานพร้อมกับสัมภาระที่เราคิดว่าควรจะนำติดตัวไปด้วยในการปั่นที่นานกว่า 2 วัน เพื่อสัมผัสประสบการณ์การเดินทางครั้งแรก

เมื่อกลับมาจากทริปแรก นักปั่นส่วนใหญ่จะรู้ตัวแล้วล่ะ ได้เรียนรู้บทเรียนอันล้ำค่าบทเรียนแรก รู้ว่าขีดจำกัดของเราอยู่ที่ไหน น้ำหนักสัมภาระที่ใส่เข้าไป การถ่ายเทน้ำหนักเพื่อการควบคุมจักรยานให้ดีขึ้น ความสุขจากอาหารง่ายๆแต่ละมื้อ และความสุขจากการได้หลับตาลงนอนหลังจากที่เผชิญกับความเหน็ดเหนื่อยอันยาวนานบนอานจักรยาน ระยะทางที่ปั่นได้ ความเร็วที่ควรคาดหวัง ความสุนทรีย์ที่ได้รับจากทิวทัศน์ข้างทาง เราสามารถรับรู้ประสบการณ์เหล่านี้ได้จากการเดินทางท่องเที่ยวไปยังจุดหมายปลายทางที่ไม่ได้ไกลจากบ้านของเรามากนัก และหากมีความจำเป็น เพื่อน หรือ คนในครอบครัว ก็สามารถที่จะขับรถมาหาเพื่อหยิบยื่นความช่วยเหลือให้ได้

นอกเหนือไปจากนี้ คุณสามารถศึกษาหาข้อมูลการท่องเที่ยว เพื่อออกทริป วางแผนทริปของตัวเองได้จากเว็บแนะนำการท่องเที่ยวประเภท Self-Guide ได้เหมือนกันนะ

ผมมีคำแนะนำให้คุณ 7 ข้อ ที่จะช่วยให้การวางแผนทริปแรกสำหรับมือใหม่เป็นไปอย่างราบรื่น

1 – ไม่ว่าจะตัดสินใจไปที่ไหน อย่าไปให้ไกลจากบ้านมากเกินไปนะ

ถึงแม้ว่าทริปในฝันของเราอาจจะเป็นการปั่นจักรยานไปทั่วโลก ไปแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง แต่สำหรับทริปแรกนั้น สถานที่ที่เราจะไปให้ถึง ไม่ควรห่างจากบ้านเกินไปนะ, การผจญภัยอันยิ่งใหญ่ของทุกคนนั้น เกี่ยวข้องกับความรู้สึกที่ว่า เราสามารถควบคุมสถานการณ์ต่างๆได้ ไม่ว่าจะเป็นระยะทาง สภาพของที่พัก ปัญหาเฉพาะหน้า สถานการณ์ทุกรูปแบบที่เราจะต้องเผชิญข้างหน้า การสร้างประสบการณ์ที่สำคัญสำหรับทริปแรก เพื่อเป็นพื้นฐานสู้ทริปถัดไป คือ การสร้างความมั่นใจในการรับมือกับเรื่องต่างๆ ทั้งวิธีการใช้ชีวิตที่เราไม่คุ้นเคย ไปจนถึงปัญหาที่ไม่ได้คาดฝันเอาไว้, การจำกัดทริปแรกของนักปั่นมือใหม่ ให้อยู่ในระยะที่สามารถเรียกหาความช่วยเหลือจากบริการสาธารณะรอบข้าง อย่างสถานีรถไฟ, รถทัวร์ รถตู้ รถสองแถว หรือแม้แต่ชุมชนเมือง ที่จะมีความสะดวกในแบบคนเมือง นั่นทำให้เรารู้สึกปลอดภัย ไปพร้อมๆกับสร้างความมั่นใจในการออกทริปได้ แน่นอนว่าระยะทางที่ไม่ไกลจากบ้านจนเกินไป จะทำให้เรียกหาความช่วยเหลือจากคนที่บ้านในกรณีฉุกเฉินได้

2 – เลือกเดินทางในวันที่อากาศดี อย่าเลือกวันที่ร้อนที่สุดของปี และอย่าเลือกออกทริปวันที่ฝนตกพายุพัดถล่มเชียวล่ะ

เพื่อความสนุก ความสุข และเพื่อความทรงจำที่ดี สำหรับทริปแรก เราควรเลือกวันที่อากาศดีสำหรับการออกทริปนะ, ผมเคยเจอมาทั้งหมดนั่นแหละ แดดร้อนแผดเผาจนผิวหนังแสบร้อนไหม้เกรียม ฝนตกแบบไม่ลืมหูลืมตาเสื้อผ้าที่สวยใส่และสัมภาระทั้งหลายเปียกไปหมดทุกอย่าง ปั่นปะทะลมทะเลช่วงเดือนมรสุม ลมแรงจนแทบจะเคลื่อนที่ไปข้างหน้าไม่ไหวเป็นระยะทางกว่าร้อยกิโลเมตร ผมอดทนฝ่าฟันมาได้เพราะผมชอบจักรยานไง แต่ก็ต้องยอมรับนะ กว่าจะมาชอบจักรยานได้ขนาดนี้ มันคงไม่ได้ฝังรากลึกมาได้หรอกถ้าผมต้องเจอกับประสบการณ์แย่ๆจากทริปแรกของผม ในทางตรงกันข้ามกัน ทริปแรกของทุกคนที่รักในจักรยาน มักจะเป็นทริปของหวานที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสนุก และความท้าทายอีกนิดหน่อย ที่จะสร้างสีสันให้กับทริปนั้นๆ

3 – ตั้งเป้าที่สมเหตุสมผล และยืดหยุ่นได้

บอกกับตัวเองว่าทริปปั่นจักรยานทัวร์ริ่งครั้งแรกของเรา เราจะปั่นจักรยาน 150 กิโลเมตร พร้อมกับสัมภาระที่หนักอึ้ง เพื่อที่จะถึงจุดหมายปลายทางที่คุณยังไม่เคยเดินทางไปถึงเลย ก็ทำไปสิ ถ้า ย้ำว่า ถ้า การปั่นจักรยานระยะ 200-300 กิโลเมตร ต่อวัน เป็นเรื่องปกติสำหรับคุณ – คุณเข้าใจประเด็นของผมรึเปล่า – ถ้าหากระยะทางไกลที่สุดที่คุณเคยปั่นไปถึงปลายทาง คือ 50 กิโลเมตร ดังนั้น มันไม่สมเหตุสมผลเลย ที่คุณจะเพิ่มระยะทางปั่นจักรยานของคุณเป็น 100 กิโลเมตรพร้อมกับความลำบากที่ต้องพกพาสัมภาระเพิ่มเติมขึ้นมาอีก, อย่าลืมด้วยว่า ห้องน้ำ หรือ อาหารการกิน บนเส้นทางการเดินทางนั้น มันคาดเดาอะไรไม่ได้หรอก ร้านอาหารที่เราคิดว่าเราจะไป อาจจะปิดในวันนั้น ปั๊มน้ำมันที่เคยมีอยู่ในแผนที่ อาจจะหยุดปรับปรุง ดังนั้นยืดหยุ่นเข้าไว้ดีกว่า มีโอกาสอะไรระหว่างทาง มีร้านอาหารก็เข้าหา มีปั๊มน้ำมันยี่ห้อที่ไม่มีชื่อเสียงก็เข้าไป ดีกว่ายึดติดว่าจะต้องปั่นจักรยานได้ระยะทางเท่านั้นเท่านี้ จนสุดท้าย เราได้ผ่าน ร้านอาหาร ห้องน้ำ ของดีๆ ต่างๆ ไปหมดแล้ว มุ่งหน้าไปสู่เบื้องหน้าที่มีแต่ความว่างเปล่า

4 – ปรับจักรยานให้ปั่นสบาย และทำให้มั่นใจกับจักรยานที่ใช้

เรากำลังจะเดินทางในโหมดของการจักรยานทางไกล อีกนิดได้ไหม เตรียมตัวให้พร้อม เตรียมจักรยานให้พร้อม ล่วงหน้าก่อนวันปั่น มันเป็นเรื่องที่จำเป็นนะ, ไม่มีปัญหาอะไรเลย ถ้าคุณดูแลจักรยานด้วยตัวเองได้ คุณมีความรู้งานช่าง เฉพาะทางด้านจักรยาน แต่ถ้าคุณไม่มีความรู้ในเรื่องเหล่านี้ คุณไม่รู้ว่ากะโหลกคลอนคืออะไร ไม่รู้ว่าสายเคเบิ้ลมีกี่เส้น อะไรบ้าง ปรับความตึงของสายเคเบิ้ลเพื่ออะไร คุณพาจักรยานของคุณไปให้ร้านจักรยานตรวจสอบสภาพก่อนดีกว่า เช็คสภาพทั้งคัน ปรับแต่งให้เหมาะสม ปรับ fitting จักรยานอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้เข้ากับสรีระของคุณที่เปลี่ยนไปตามเวลา คุณต้องไม่ลืมบอกช่างที่ร้านจักรยานนะ ว่าคุณจะเอาจักรยานคันนี้ไปออกทริปทัวร์ริ่งอันยิ่งใหญ่ ข้อมูลนี้จะเตือนให้ช่างจักรยานต้องตรวจสอบเพื่อเปลี่ยนชิ้นส่วน อะไหล่ที่สำคัญ หรือดูแลในเรื่องที่สำคัญ ผ้าเบรค ยางนอก ยางใน สายเคเบิ้ล ทำความสะอาดลูกปืน อัดจารบี ฯลฯ ซึ่งเรื่องเหล่านี้บางครั้งไม่ได้จำเป็นที่จะต้องดูแลในการปั่นออกกำลังกายทั่วไป ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น มันถูกมากเมื่อเทียบกับความรู้สึกสบายใจ ที่จักรยานของเราได้รับการดูแลเตรียมให้พร้อมสำหรับการปั่นทัวร์ครั้งแรกของเรา

5 – วางแผนกิจกรรมต่างๆ ที่อยากลองทำ ขนอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆที่อยากใช้ ไปให้ครบถ้วน ภายใต้ข้อจำกัดของน้ำหนักที่เรายอมรับได้

ความสนุกอย่างหนึ่งของนักปั่นจักรยานทัวร์ริ่ง คือได้ทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงลงมือทำ อย่างการบดกาแฟ ต้มกาแฟ ได้ทดลองทำอะไรต่างๆ ที่ไม่ค่อยได้ทำตอนอยู่ที่บ้าน อย่างการก่อกองไฟทำกับข้าว ปิ้งย่าง หรือใช้เครื่องมือต่างๆอุปกรณ์อื่นๆ ไปจนถึงการการเต๊นท์พักแรม ทดลองใช้เต๊นท์อันใหม่ที่เพิ่งซื้อมา เปลนอนอันแสนสบายที่คิดหวังไว้ว่าจะช่วยผ่อนคลายจากการปั่นจักรยานอันยาวนาน ไฟส่องสว่างสำหรับใช้ตอนการคืน และเกมส์สันทนาการอื่นๆ ที่จะเอาไว้เล่นตอนกลางคืน, รู้ไหมว่า บ่อยครั้งความตื่นตัว ตื่นเต้น จากการปั่นจักรยานเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้เราหลับได้ยากเมื่อเราเปลี่ยนที่นอน การหาอะไรไว้ทำตอนกลางคืนติดตัวไปด้วย มันก็จะคลายเบื่อได้ดีทีเดียว – แต่อย่าลืมนะ ว่าทั้งหมดทั้งปวง คือ เราต้องแบกน้ำหนักเหล่านั้นเอาไว้บนจักรยาน ต้องตัดสินใจให้ดี ต้องเลือกสิ่งของที่จะพกพาติดตัวไปด้วยให้ถูกต้อง และอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อให้น้ำหนักเบากว่าทั่วไป สามารถช่วยคุณในกรณีนี้ได้

6 – ขนเพื่อน หรือครอบครัวไปด้วย

การลากเพื่อนหรือสมาชิกครอบครัวไปด้วยกับทริปปั่นจักรยานของคุณ นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะต้องมาอยู่บานจักรยานไปพร้อมๆกับคุณหรอกนะ, บางครั้ง บางที แค่บอกรายละเอียดการเดินทาง เส้นทางที่คุณจะไป และความมุ่งหวังของคุณ จะช่วยให้ทั้งพวกเขาและตัวคุณรู้สึกสบายใจกับทริปนี้ แถมยังมีคนช่วยเป็นห่วงคุณอยู่ด้วย ไม่ว่าจะห่างๆ หรือใกล้ชิด และอาจจะช่วยให้คำแนะนำอะไรกับคุณได้ ไม่ว่าจะเส้นทางที่จะเลือกไป การวางแผนอาหารการกิน รายละเอียดที่จุดหมายปลายทาง และถ้าหากเพื่อนหรือสมาชิกครอบครัวของคุณ คุ้นเคยกับจุดหมายปลายทางนั้นๆมากกว่าคุณแล้วล่ะก็ มันจะยิ่งช่วยคุณได้

การขนเพื่อน หรือสมาชิกครอบครัวไปด้วย นั้นยังรวมถึงว่า เพื่อนของเรา ครอบครัวของเรา สามารถไปรออยู่ที่จุดหมายปลายทางที่เราจะไปถึงในวันแรกของเราได้ ไม่ว่าจะเป็นจุดตั้งแค้มป์ โรงแรม หรือว่าร้านอาหาร เมื่อมีกลุ่มคนเฝ้ารอคุณอยู่ที่จุดหมายปลายทางอย่างใจดใจจ่อ นั่นช่วยกระตุ้น สร้างแรงพลังให้แก่คุณ ในการปั่นจักรยานท่องเที่ยวทริปแรกของคุณได้ – แต่ต้องทำให้มั่นใจนะ ว่าการนัดหมายกันที่ว่านี้ จะไม่ทำให้คุณต้องสูญเสียความสนุกจากการปั่นจักรยาน การกำหนดเวลานัดหมายที่แน่นอนนั้นมันก็ดูดีนะ แต่ว่าอย่าลืมว่ามันจะกดดันให้คุณต้องทำให้ได้ตามเวลา ถ้าหากคุณมีปัญหาระหว่างทาง มันจะทำให้คุณเครียดมากเลยล่ะ – อย่าลืมคำแนะนำที่บอกไว้ก่อนหน้านี้ ข้อที่ 3 – ตั้งเป้าที่สมเหตุสมผล และยืดหยุ่นได้

7 – ต้องทำให้ สนุก สนุก และสนุก

สำหรับผม การปั่นจักรยาน มันคือการผ่อนคลาย ได้ปลดปล่อยตัวเองจากความเครียดอื่นๆ มาสู่การผจญภัย การเผชิญความท้าทายในรูปแบบที่เราชื่นชอบ มีความสุขกับเวลาที่เราได้มีอิสระและเป็นได้กลับมาเป็นเจ้าของชีวิตตัวเองอีกครั้งหนึ่ง – การปั่นจักรยานท่องเที่ยวในครั้งแรก หากไม่รู้สึกสนุกกับมัน เราก็คงจะไม่คิดอยากปั่นจักรยานอีกแล้ว เราทำให้มันเป็นเรื่องที่สนุกจะดีกว่า – บางที เราได้เจอไอติมรถเข็นข้างทาง เราก็จอดซื้อกิน, เราได้เจอน้ำตาลสด น้ำอ้อยสด จากสวนข้างทาง ก็จอดชิมได้, เห็นวิวสวย น้ำตก ลำธาร เราก็แวะจอดชมวิว เล่นน้ำได้ ฯลฯ หากเรามีเงื่อนไขกดดันตัวเอง เช่น ระยะทางที่ต้องปั่นได้ในชั่วโมงนี้ เวลาที่เราต้องถึงสถานที่นั้น เราต้องเร่งทำความเร็วเพื่อชดเชยเวลาที่เสียไปกับการปะยาง ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ อาจทำให้เรารู้สึกเครียดอยู่บ้าง จงปล่อยวางมันซะ แล้วมีความสุขไปกับทุกๆช่วงเวลาที่เราเดินทางไปตามเส้นทาง


จัดกรอบความคิดให้ถูกต้องนะ การทัวร์ริ่ง ท่องเที่ยว ไม่ใช่การแข่งขันทางไกล แต่เป็นการแข่งขันเพื่อวิ่งหาประสบการณ์ใหม่ๆต่างหากล่ะ, ประสบการณ์ที่บังคับให้คุณต้องหยุดเพื่อชื่นชมความสวยงามของทุ่งดอกบัว ชื่นชมทะเลสาปอันกว้างใหญ่ที่มีควายเป็นเจ้าของ คุณคงจะรู้สึกอยู่แล้วแหละ ว่าผมไม่ได้ชี้นำให้คุณต้องซื้อจักรยานรุ่นล่าสุด เทคโนโลยีล้ำสมัย อะไรพวกนั้นเลย ความสำเร็จในการปั่นจักรยานทริปแรกมันมาจากการให้เวลากับการที่คุณได้สนุกไปกับทุกๆกิโลเมตรของการเดินทางของคุณต่างหากไงล่ะ