6 เรื่องที่ควรพิจารณา ในการวางแผนการท่องเที่ยวด้วยจักรยาน

เสน่ห์อันแท้จริงของการปั่นจักรยาน คือ ความสามารถของมันที่จะพาเราไปสถานที่อันน่าประทับใจที่ไหนก็ได้, และไม่มีวิธีการท่องเที่ยวใดๆที่ดียิ่งไปกว่าการได้ชื่นชมสถานที่สิ่งต่างๆรอบตัว จากบนอานจักรยานที่เรานั่งอยู่, มันเร็วกว่าการเดินเท้าเราก็สามารถสำรวจบ้านเมืองไปได้ไกลหลายกิโลเมตร ไปพร้อมๆกับที่ตัวของเรา ร่างกายของเรา ได้เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อมนั้นๆ ได้รู้สึกถึงความร้อน ลมเย็นที่พัดผ่าน ได้กลิ่นความสดชื่นของป่าไม้รอบตัว ความหอมของอาหารจากครัวของชาวบ้านที่เราได้ผ่านไป ได้ยินเสียงนกร้อง เสียงน้ำตก เสียงคลื่นซัดเข้าฝั่ง

นั่นคือสาเหตุที่ผมพยายามชักชวนให้เพื่อนๆ คนที่ผมได้พบเจอ ได้มาลองสัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่าง ด้วยการปั่นจักรยานท่องเที่ยว – แล้วจะเริ่มต้น การท่องเที่ยวด้วยจักรยานอย่างไรน่ะหรอ – ผมอยากให้คุณเริ่มต้นด้วยการตอบคำถาม 6 คำถาม ดังต่อไปนี้

1.คุณจะปั่นแนวไหน?

สิ่งแรกที่คุณต้องถามตัวเองเลย ก็คือ คุณคิดว่าคุณจะปั่นจักรยานแนวไหนกัน การปั่นจักรยานแบบไหนที่คุณชอบ คำว่า จักรยานทัวร์ริ่ง นั้นกว้างมาก ตั้งแต่การเลือกเส้นทางปั่น ทางราบเรียบ ทางภูเขา ทางขรุขระ, ลุยเดี่ยว ไปกับเพื่อน หรือไปเป็นกลุ่ม, จัดสัมภาระทุกอย่าง ทั้งหมด ตั้งแต่เครื่องนอน เต๊นท์ เครื่องครัว เสื้อผ้า แบกไปกับจักรยาน หรือ คุณจะปั่นจักรยานไปตัวเบาๆ พร้อมกับบัตรเครดิตใบหนึ่งเพื่อจัดการทุกอย่างให้กับคุณ, คุณจะต้องถามคำถามเหล่านี้ และตอบคำถามให้ได้ว่าคุณจะเลือกทางไหน


2.คุณตั้งงบเอาไว้สำหรับกิจกรรมของคุณ?

มีไกด์นำทาง มีคนนำปั่น มีรถตู้คอยขับตามเซอร์วิส ไปรออยู่ที่จุดนัดพบ ปลายทาง และให้ความช่วยเหลือในทุกๆอย่างแก่คุณ มักจะเริ่มต้นด้วยค่าใช้จ่ายรายหัวประมาณ 1,500 บาท ต่อวัน และสามารถสูงได้ถึง วันละ 100,000 บาท

คุณคงจะจินตนาการกันได้ล่ะ หากเป็นทัวร์ราคาประหยัด คุณอาจจะได้นอนเต๊นท์ หรือ นอนเปล (ซึ่งจริงๆแล้ว เป็นประสบการณ์ที่เจ๋งมากๆเลยนะ) และคุณต้องรับผิดชอบพกพาอุปกรณ์ต่างๆไปด้วยตัวเอง ทีมงานนำเที่ยวไม่จัดเครื่องไม้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ใดๆให้กับคุณเลย, หากเป็นทัวร์สุดหรู คุณจะได้บริการซักอบรีด ต้อนรับคุณด้วยน้ำผลไม้ มีบริการชั้นยอดเยี่ยม นวด สปา นอนห้องนอนแบบพูลวิลล่า ในโรงแรมสุดหรู

ทีมงานของบริษัททัวร์ ให้ความช่วยเหลือในการท่องเที่ยวของคุณ นำคุณไปจุดเริ่มต้นทริป ขนย้ายจักรยาน และสัมภาระของคุณ พร้อมทั้งจัดการเรื่องที่พักและอาหารการกินให้กับคุณ
ทีมงานของบริษัททัวร์ ให้ความช่วยเหลือในการท่องเที่ยวของคุณ นำคุณไปจุดเริ่มต้นทริป ขนย้ายจักรยาน และสัมภาระของคุณ พร้อมทั้งจัดการเรื่องที่พักและอาหารการกินให้กับคุณ

ถ้าหากคุณจัดการท่องเที่ยวด้วยตัวของคุณเอง คุณก็ยังมีค่าใช้จ่ายที่จะต้องเสียอยู่บ้าง, แม้ว่าคุณจะเลือกนอนเต๊นท์ในทุกๆคืน ก็ยังมีค่าธรรมเนียมที่ควรจ่ายให้สำหรับจุดตั้งแค้มป์ ค่าผ่านเข้าอุทยานแห่งชาติ ค่าอาหาร ค่าอุปกรณ์ต่างๆ – เตรียมใจเอาไว้อย่างน้อยๆ เริ่มต้นกันที่ 2-5 พันบาท โดยไม่รวมราคาจักรยาน อุปกรณ์จักรยาน และสัมภาระต่างๆของคุณนะ


3.คุณต้องการจะไปเที่ยวที่ไหน?

อยากไปที่ๆแปลกใหม่ ไม่ธรรมดา ไม่ใช่ที่ๆคุณเคยไปมาก่อน ไปที่ๆไม่มีใครพูดภาษาเดียวกับคุณหรอ? อาจจะดีกว่าที่จะหาไกด์นำเที่ยว หรือ ทัวร์ที่คอยช่วยบริการนู่นนี่ให้แก่คุณแล้วล่ะนะ

คุณอาจอยากจะไปค้นพบความสวยงามของยอดเขาสูงทางภาคเหนือ หาดทรายสวยที่ล้อมรอบด้วยหุบเขา หรือ เข้าป่าลึกเพื่อไปศึกษาความเป็นอยู่ของกลุ่มชาติพันธุ์ – หลายๆอย่างเหล่านี้ คุณอาจเดินทางไปถึงที่หมายได้ด้วยตัวเอง หรือ อาจจะจ้างไกด์ท้องถิ่นเพื่อช่วยเหลือคุณได้เช่นกัน

และหากคุณอยากเดินทางข้ามภูมิภาค จากภาคกลางไปยังภาคเหนือ, จากภาคเหนือ ลงมาภาคใต้ – ภายในกรอบเวลาที่จำกัด คุณอาจต้องคิดถึงตัวช่วยลดระยะเวลาการเดินทางสำหรับคุณ ผมหมายถึง การเดินทางด้วยรถไฟ หรือ เครื่องบิน เพื่อไปให้ถึงยังจุดหมายปลายทางที่คุณจะท่องเที่ยว

กลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในแถบชายแดนของประเทศไทย
กลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในแถบชายแดนของประเทศไทย

4.คุณคิดว่าคุณจะแบกสัมภาระไปมากน้อยแค่ไหน?

นี่เป็นคำถามที่สำคัญมาก ถ้าหากคุณและเพื่อนของคุณเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเอง ไม่ได้ใช้บริการจากธุรกิจท่องเที่ยวใดๆ นั่นหมายความว่า คุณต้องแบกสัมภาระทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณจำเป็นต้องใช้ด้วยตัวคุณเองทั้งหมด – อุปกรณ์กันฝน เครื่องมือและอะไหล่สำหรับซ่อมจักรยาน และอาจรวมไปถึงอุปกรณ์การตั้งแค้มป์อีกหลายอย่าง – ของทั้งหลายเหล่านี้ ต้องถูกแพ๊คให้ดี และใส่ลงในกระเป๋าจักรยาน

ในการออกทริปบางครั้งคุณอาจต้องเตรียมความพร้อมสำหรับตัวคุณเองมากกว่าทริปทั่วๆไป ซึ่งคุณควรเตรียมตัวฝึกซ้อมการเลือกสัมภาระที่จำเป็น การจัดของทั้งหลายใส่เข้าไปในกระเป๋า พร้อมทั้งฝึกซ้อมปั่นจักรยานที่มีน้ำหนักของสัมภาระต่างๆดังกล่าวด้วย

คุณอาจสามารถลดน้ำหนักสัมภาระของคุณลงได้ โดยใช้วิธีการท่องเที่ยวด้วยเครดิตการ์ด ซึ่งหมายถึง แบกสัมภาระเฉพาะของที่จำเป็นจริงๆ ส่วนของอื่นๆ ที่เป็นของที่ใช้แล้วหมดไป ก็ค่อยไปซื้อเอาข้างหน้า (หมายถึง อาหาร หรือ ค่าที่พัก ฯลฯ), หรือถ้าคุณต้องการเดินทางโดยมีสัมภาระติดตัวเพียงแค่ โทรศัพท์ และกระเป๋าสัมภาระใบจิ๋ว การใช้บริการทัวร์เป็นทางเลือกสำหรับคุณแน่นอน


5. คุณจะไปไกลแค่ไหน? จะใช้เวลานานเท่าไหร่?

ยิ่งกินเวลานานเท่าไหร่ คุณยิ่งต้องแบกสัมภาระไปมากขึ้นเท่านั้น, ยิ่งใช้เวลามากขึ้น ยิ่งไปไกลมากขึ้น ยิ่งมีโอกาสมากขึ้นที่คุณต้องพบกับอุปสรรค ไม่ว่าจะเป็นอากาศแย่ๆ ฝนตกหนัก หรือ ความจำเป็นที่จะต้องซ่อมแซมจักรยานระหว่างการเดินทางของคุณ ในกรณีแบบนั้น ถ้าหากเรามีคนรู้จัก คนที่เราพึ่งพาได้ อยู่ไม่ไกล ตลอดเส้นทางการเดินทางของเรา นั่นเป็นเรื่องที่ดีเลยทีเดียว


6.เป้าหมายที่สำคัญที่สุดสำหรับการออกเดินทางท่องเที่ยวของคุณคืออะไรล่ะ?

ถ้าคุณต้องการใช้บริการนำเที่ยวจากไกด์ทัวร์แล้วล่ะก็ คุณควรรู้ตัวเองว่าอะไรสำคัญที่สุดสำหรับการท่องเที่ยวของคุณ คุณจะได้เลือกทริปที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณ และจะได้เรียกหาการบริการตามที่เราต้องการ, บางคนอาจเลือกปั่นจักรยานระยะทางไม่ไกลนัก แล้วใช้เวลาหลายๆชั่วโมงกับการชื่นชมสถานที่ท่องเที่ยวที่ไปถึง, บางคนก็ให้ความสำคัญกับการปั่นจักรยานมากกว่าการแวะท่องเที่ยวตามเส้นทางปั่น, มีหลายๆทริปที่เน้นการกินเป็นเรื่องสำคัญ กิน ฝึ่งพุง ก่อนจะเดินทางไปกินต่อ

ไม่ว่าทริปจะเป็นแบบไหนก็ตาม มันยอดเยี่ยมทั้งนั้น เราน่ะสิ ที่ต้องเลือกรูปแบบของทริปที่ตอบโจทย์ของเรา เป็นทริปที่เหมาะสมกับสิ่งที่เราให้ความสำคัญมากที่สุด

กลุ่มจักรยานทัวร์ริ่ง และการตั้งแค้มป์ระหว่างการเดินทางในแต่ละวัน

เรื่องย่อ
6 เรื่องที่ควรพิจารณา ในการวางแผนการท่องเที่ยวด้วยจักรยาน
ชื่อเรื่อง
6 เรื่องที่ควรพิจารณา ในการวางแผนการท่องเที่ยวด้วยจักรยาน
คำอธิบาย
จะเริ่มต้น การท่องเที่ยวด้วยจักรยานอย่างไร – ผมอยากให้คุณเริ่มต้นด้วยการตอบคำถาม 6 คำถาม ดังต่อไปนี้
ผู้เขียน
สำนัก
Thailand Bicycle Journey
โลโก้แห่งสำนัก

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.