ความท้าทายของ Full-Time Traveler

ปั่นจักรยานรอบประเทศ ปั่นจักรยานรอบโลก ใช้เวลาหลายๆปีกับการเดินทาง มีหลายคนในโลก ที่เดินทางท่องเที่ยวตลอดเวลา มีเรื่องราวมากมายของพวกเขาถูกเขียนขึ้นเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง การเดินทางคือชีวิตของพวกเขา, ผมได้ติดตามนักเดินทางที่ประกาศว่าตัวเองเป็น “Full-Time Traveler” หลายๆคน เพื่อที่ผมจะได้ย้อนไปดูจุดเริ่มต้นของพวกเขา ดูการเปลี่ยนแปลงตัวเองของพวกเขา ความพยายามของพวกเขาที่จะทำให้การเดินทางของพวกเขาเป็นเรื่องที่ยั่งยืน – แล้วก็หันกลับมาคิดในมุมของตัวเอง ในฐานะคนไทย วัฒนธรรม วิถีแบบไทยๆ – ผมพบว่า พวกเขาเหล่านั้นต้องเผชิญความท้าทายหลายๆอย่าง เขียนสรุปจากหัวได้อย่างนี้


1. การเปลี่ยนแปลงชีวิต จากมนุษย์เงินเดือน สู่การใช้ชีวิตแบบใหม่

ลางาน หยุดงาน เคลียร์งาน

การลางาน หรือ หยุดงาน บ่อยๆ เพื่อให้สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้บ่อยๆสม่ำเสมอถี่ๆ ความเข้าใจของพวกเรา คือ วันลางานมีจำกัด หากลางานบ่อยๆ เจ้านายจะไม่ปลื้ม เราอาจเป็นรายแรกๆขององค์กรที่จะถูกไล่ออก และการตกงานในช่วงที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน เสมือนกับตกนรกทั้งเป็นเลย เพราะการหางานใหม่ที่ให้รายได้ใกล้เคียงกับรายได้เดิม แต่มีวันหยุดวันลา ที่เหมาะกับวิถีการดำเนินชีวิตแบบใหม่ของเรานั้น มันยากเย็นเสียเหลือเกิน นอกเสียจากว่าเป็นเจ้าของธุรกิจเอง (ซึ่งมันต้องทุ่มเทยิ่งกว่าการเป็นลูกน้องเขาด้วยซ้ำ)

สมมติว่าเราลางานได้ วันลาหยุดเราเหลือ หรือว่าบริษัทที่เราทำงานด้วยใจดี ให้เราลางานได้ตลอดเวลาที่เราต้องการ เราใช้เวลากับการทำงานในออฟฟิตลดลง ก่อนออกไปท่องเที่ยว เราต้องจัดการเคลียร์ภาระงานที่ต้องเป็นเราเท่านั้นที่เป็นคนทำให้เสร็จ มอบหมายงานที่คนอื่นต้องทำให้เรียบร้อย มอบอำนาจในการตัดสินใจภายใต้กรอบข้อกำหนดให้กับคนอื่นที่ไว้ใจได้

ส่วนความท้าทายที่เราต้องเจอระหว่างการเดินทาง มักจะมาในรูปแบบของ งานด่วนที่เราต้องลงมือทำขณะที่เรากำลังเดินทาง เรื่องที่เราต้องตัดสินใจ เราอาจจำเป็นต้องหาทางเข้าถึงข้อมูลด้วยช่องทางอินเตอร์เน็ต เพื่อจัดการงานที่เข้ามาด่วนๆให้เสร็จทันท่วงที – การทำงานนอกสถานที่ด้วยเครื่องมือด้าน IT ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับปัจจุบันนี้ แต่การพกพาไปด้วยในการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการพกพาไปพร้อมกับจักรยานนั้น อาจต้องปรับตัวกันบ้าง

เรื่องที่ยากกว่าคือปัญหาการงานที่ทำให้เราต้องหยุดการเดินทางนั้น เพื่อกลับไปสู่ที่ทำงานของเรา แล้วก็แก้ไขปัญหาที่เผชิญอยู่ข้างหน้า หากสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยๆในขณะที่เราเดินทาง ปัญหาไม่สามารถถูกแก้ไขอย่างถาวรได้ ไม่สามารถ remote เข้าไปเพื่อจัดการกับปัญหาได้ และถ้าหากเราให้ความสำคัญกับการเดินทางท่องเที่ยวของเรามากจริงๆ – สำหรับการลาออกจากที่ทำงาน อาจทำให้เรื่องทั้งหมดมันง่ายกว่าด้วยซ้ำไป

เงินเก็บ และช่องทางการนำเงินออกมาใช้

เงินเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการใช้ชีวิต เราไม่สามารถพกพาเงินสดติดตัวไปเยอะๆได้ในการเดินทาง ในขณะเดียวกันการใช้บัตรเครดิต/เดบิต อาจมีค่าธรรมเนียมในการเบิกเงินจากตู้ ATM ต่างธนาคารหรือต่างเขต ส่วนต่างของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา หรือการใช้ในต่างประเทศก็มีค่าธรรมเนียมที่อาจจะมากเกินไป – เรื่องของการเตรียมช่องทางการเงินเพื่อเอาเงินออกมาใช้ระหว่างการเดินทาง ดูผิวเผินแล้วอาจจะไม่สำคัญเพราะเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตประจำวันอยู่แล้ว แต่ถ้าหากเราเตรียมตัวมาดีขึ้นกว่าเดิม ในการเดินทางหลายๆครั้ง เดินทางเป็นระยะเวลานาน การประหยัดเงินค่าธรรมเนียมเล็กๆน้อยๆ หลายๆครั้ง เมื่อรวมกันแล้วอาจเป็นเงินก้อนใหญ่ที่สามารถนำไปใช้เที่ยวต่อได้อีกหลายวันเลยทีเดียว

ภาระอื่นๆที่ไม่ได้ถูกพูดถึง

นอกจากภาระทางการงาน การเงิน สำหรับคนไทยอย่างพวกเรา ก็มีภาระทางครอบครัวด้วย ในฐานะลูก ในฐานะพ่อแม่ พวกเราพยายามดูแลสมาชิกครอบครัว และรับผิดชอบหน้าที่ของพวกเราให้ดีที่สุดเท่าที่พวกเราจะทำได้ เราอาจจะไม่ค่อยได้เห็นมุมของครอบครัวของนักเดินทางที่เป็น Full-Time Traveler ในสื่อที่พวกเขานำเสนอออกมา แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีให้เห็น พวกเขาเหล่านั้นก็มีมุมของครอบครัว ที่ทำให้เขาติดขัด ไม่ว่าจะติดขัดทางความคิด หรือว่าถึงกับต้องหยุดการเดินทางเพื่อกลับไปหาครอบครัว

เราอาจจะได้เห็นเพียงแค่มุมของความสำเร็จของนักเดินทาง แต่มุมที่ไม่ประสบความสำเร็จ ความล้มเหลวที่ไม่ได้ถูกพูดถึง สิ่งต่างๆที่ทำให้การเดินทางต้องสะดุด ชะงัก และจบลงกลางทาง พวกเราอาจจะไม่ได้เห็นทั่วไปในสื่อต่างๆ ที่นักเดินทางเหล่านั้นผลิตขึ้นมา


2. การมีสัมภาระจำนวนน้อย เพื่อสะดวกในการเดินทางอย่างต่อเนื่อง

การเดินทางอย่างต้องเนื่องทำให้เราไม่สามารถเอาข้าวของ ทรัพย์สมบัติ ของเราติดตัวไปด้วยได้ทั้งหมด ความสะดวกสบายหลายอย่าง ความบันเทิงที่เราคุ้นเคย จะไม่สามารถนำใส่กระเป๋าติดตัวไปด้วยได้ ดังนั้นเราต้องเลือกเฉพาะของที่จำเป็นจริงๆ ของที่เหมาะสมกับการนำไปใช้เพื่อการเดินทางจริงๆ และของที่เราจะไม่เอาติดตัวไป เราก็ต้องจัดเก็บให้เรียบร้อยด้วย

เคลียร์บ้าน เก็บข้าวของ

การออกเดินทางไปนานๆ ถึงแม้ข้าวของ สมบัติต่างๆของเรา ไม่ได้ไปเบียดเบียนพื้นที่ของใครคนอื่น การที่เราทิ้งข้าวของของเราเอาไว้เฉยๆ นานๆ แม้ว่าจะไม่ได้ถูกใช้งานของเหล่านั้นอาจจะเสียหายได้ จากความร้อน ฝุ่น ความชื้นในอากาศ ถ้าหากเราไม่กำจัดข้าวของของเราออกไป การจัดเก็บให้เหมาะสมก็จำเป็นมากๆ

ในกรณีที่เราไม่ได้เป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย/สถานที่ที่เราใช้ในการจัดเก็บทรัพย์สมบัติของเรา เป็นห้องเก็บของบ้านพ่อแม่ บ้านญาติ เราต้องจัดเก็บของเราให้เรียบร้อย ใส่กล่องให้ดี ไม่ไปเกะกะขวางทางคนที่อยู่อาศัย และต้องระวังไม่ให้ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับข้าวของของเรา ไปรบกวนคนอื่นด้วย อย่างเช่นการเป็นที่อยู่ของมด ปลวก แมลงต่างๆ เป็นต้น

บางคนขายบ้านที่ตัวเองอาศัยอยู่ นอกเหนือจากการลดภาระที่จะต้องดูแลรักษาบ้านแล้ว ยังได้ทุนก้อนใหญ่สำหรับการเดินทางรอบโลกด้วย – ทางเลือกหนึ่งที่เห็นได้จากการเตรียมตัวก่อนออกเดินทาง ของ Adam กับ Lucia คือการขายหรือบริจาคของทั้งหมด เก็บไว้เฉพาะของที่สำคัญจริงๆ

แพ๊คให้เล็ก เบา เดินทางได้สะดวก

หากเราขนของไปน้อยเกินไป เราจะใช้ชีวิตได้ไม่สะดวกสบาย แต่ถ้าหากขนเอาของติดตัวมากเกินไป ก็เป็นภาระที่ต้องออกแรงแบกมันไปกับตัวเราด้วยเช่นกัน, ทักษะการใช้ชีวิตด้วยของจำนวนเพียงน้อยนิด ที่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตอยู่ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ซึ่งจะไม่ทำให้น้ำหนักของสัมภาระที่เราขนไปด้วยกลายเป็นภาระอันหนักหน่วงสำหรับเรา, การแพ๊คของไปกับจักรยานทัวร์ริ่งอย่างเต็มที่ ที่เขาเรียกว่าแบบ Full-Load มักจะประกอบด้วยกระเป๋ารวมแล้วไม่เกิน 5 ใบ มีน้ำหนักสัมภาระอยู่ในช่วงที่ไม่เกิน 30-40 กิโลกรัม ซึ่งหากมากกว่านั้นจะเป็นภาระที่หนักอึ้งมาก


3. การหาเลี้ยงตัวเองระหว่างการเดินทางท่องเที่ยว

เอาเงินเก็บออกมาใช้ / เงินบำนาญ / รายได้ที่เป็น passive income

หากเรามีเงินเก็บมากพอ ได้เงินบำนาญที่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตเดินทางต่อไปเรื่อยๆ หรือมีรายรับจากการลงทุนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหุ้น หรือค่าเช่าบ้าน, การใช้ชีวิตเดินทางท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ มันก็ไม่ได้เป็นการยากเย็นเกินไปนักหากเราควมคุมค่าใช้จ่ายให้อยู่ในกรอบของเงินที่เรามี เราเพียงแค่บริหารเงิน และจัดการช่องทางสำหรับการเอาเงินออกมาใช้จ่ายระหว่างการเดินทางของเรา

Digital Nomad

คนเร่ร่อน ที่ทำงานโดยใช้เครื่องมือสื่อสาร ขายงาน รับงาน ส่งงาน ในรูปแบบดิจิตอล ทำงานจากที่ไหนก็ได้ในโลก ไม่จำเป็นต้องมีออฟฟิตที่เป็นหลักแหล่ง” น่าจะเป็นคำจำกัดความสั้นๆ ที่อธิบายวิธีการใช้ชีวิตของคนกลุ่มนี้ได้ง่ายที่สุด ถึงกระนั้นก็ตาม การเปลี่ยนมาใช้ชีวิตเป็น Digital Nomad นั้นก็ไม่ง่ายซะทีเดียว โดยเฉพาะหากยังไม่มีทักษะการทำงานออนไลน์ ไม่เคยสร้างสินค้าดิจิตอล หรือไม่มีทักษะความสามารถที่เกี่ยวของกับการใช้คอมพิวเตอร์เลย มันก็เป็นไปไม่ได้แน่ๆ ที่จะหารายได้จากที่ไหนก็ได้ในโลก

คนที่หาเลี้ยงตัวเองในแบบ Digital Nomad – บางทีก็เรียกว่าเป็น Location Independent Business ซึ่งแปลว่าธุรกิจที่ไม่ผูกติดกับสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นทำงานจากที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านที่เป็นหลักแหล่ง แต่ธุรกิจประเภท Location Independent Business นี้ ไม่ได้หมายความว่า ผู้ที่ทำธุรกิจประเภทนี้จะต้องเร่ร่อนในแบบ Full-Time Traveler ก็ได้

การให้สัมภาษณ์ของ Nora Dunn (เจ้าของเว็บ The Professional Hobo) ที่พูดถึงเกี่ยวกับการใช้ชีวิตท่องเที่ยวไปทั่วโลกตลอดเวลา 10+ ปีของเธอ การมีรายได้เลี้ยงตัวเอง และการใช้ชีวิตแบบ Digital Nomad ทำให้เราเข้าใจได้ว่า เราต้องเริ่มด้วยการสร้างช่องทางการเงิน (ช่องทางออนไลน์) ก่อนที่เราจะออกเดินทางท่องเที่ยว หรือก่อนจะลาออกจากงานประจำ

ขอ Sponsor หรือ ขอรับบริจาค

ในหนังสือ “ปั่นข้ามฝัน 2000 วันรอบโลก” ของ “วรรณ กับ หมู” (เจริญ และ อรวรรณ โอทอง คนไทยคู่แรก ที่ปั่นจักรยานรอบโลก ใช้ระยะเวลาเดินทาง 5 ปี 11 เดือน 1 วัน 43 ประเทศ 6 ทวีป รวมระยะทาง 40,000 กิโลเมตร) ในช่วงแรกๆของหนังสือ ได้บอกถึงการหาเงินเพื่อสนับสนุนการเดินทางที่พวกเขาคิดว่าน่าจะใช้งบประมาณราวๆ 4-5 ล้านบาท เขาได้รับการสนับสนุนจากองค์กร บริษัทฯต่างๆ และได้รับความช่วยเหลือจากหลายๆภาคส่วน ลองไปอ่านได้จากหนังสือของเขาในบทที่ 2 ของเล่มแรกครับ

สำหรับการเดินทางของ Jin สาวเกาหลีที่ปั่นจักรยานรอบโลก (จนถึงป่านนี้ก็ยังปั่นไม่ถึงบ้านเสียที) เธอก็เล่าให้ฟังใน Blog หนึ่งของเธอ ว่าเธอได้รายได้จากการรับบริจาคเงิน และมีการทำบัญชีการเงินให้ดูอย่างชัดเจน


4. ความท้าทายด้านจิตใจ คิดถึงบ้าน ทนต่อการเดินทางไม่ไหว ล้มเลิก

ในสารคดีที่ชื่อว่า Expedition Happiness (2017) การเดินทางของ Felix Stark และ Selima Taibi บนรถโรงเรียนที่ปรับมาทำเป็นรถบ้าน ต้องจบลงเพราะความเหนื่อยล้าจากการเดินทางและคิดถึงบ้าน

ในหนังสารคดีของ Felix Stark ที่ชื่อว่า Pedal the World (2015) ซึ่งเป็นการเดินทางเพียงลำพังของ Felix (ก่อนหน้า Expedition Happiness) ก็มีเรื่องสะเทือนใจที่ปู่ซึ่งอยู่ที่เยอรมันของ Felix เสียชีวิตระหว่างที่ Felix ปั่นจักรยานอยู่ที่ไหนสักที่ในโลก

การเดินทางของ Adam กับ Lucia ก็สะดุดกลางทาง เมื่อ Lucia ทนไม่ไหว แล้วก็ต้องบินกลับบ้านที่อังกฤษเพื่อกลับไปหาครอบครัว และใช้ชีวิตแบบเดิมที่คุ้นเคย ในขณะที่ Adam ก็ยังคงเดินทางต่อไปตัวคนเดียว

ในหนังสารคดีเรื่อง Janapar ของ Tom Allen การเดินทางของเขาสิ้นสุด เมื่อเขาพบรัก และลงเอยด้วยการแต่งงาน มีชีวิตครอบครัวที่มีความสุข (จริงๆแล้วมันคือเนื้อหาหลักของหนังสารคดีของเขาเลย คือพบรักระหว่างการปั่นจักรยาน)

สำหรับ Full-Time Traveler ที่ต้องเดินทางตลอดเวลา ต้องเผชิญกับความท้าทายด้านจิตใจอย่างมาก ในกรณีของหลายๆคนที่มีใครที่รออยู่ที่บ้าน เราจะได้เห็นมุมที่พวกเขาพูดถึงครอบครัวของเขาที่รออยู่ที่ใดที่หนึ่งอยู่เรื่อยๆ ทุกๆคนที่มีครอบครัว จะติดต่อกับครอบครัวระหว่างการเดินทางตลอดเวลา และเขาก็รู้ว่า เมื่อเขาเหนื่อยล้าหมดแรง เขายังมีที่ๆให้เขากลับไปหยุดพัก – ในทางตรงข้ามกัน เราจะไม่ได้เห็นภาพแบบนี้ จากคนที่ไม่มีครอบครัวรออยู่แล้ว แต่พวกเขาใช้การเดินทางเพื่อตามหาที่ใดที่หนึ่งที่สุดท้ายเขาจะปักหลักใช้ชีวิตอยู่จนถึงวันสุดท้ายของเขา


5. ความท้าทายของ”การเดินทาง”นั่นแหละ

ในกรณีที่มีเงินไม่จำกัด ใช้เงินซื้อความสะดวกสบาย มีอะไรติดขัดก็ใช้เงินจ่ายให้สิ่งต่างๆเกิดขึ้นได้ ถ้าทุกคนมีความมั่งคั่งแบบที่ว่านี้ และถ้าทุกๆปัญหาสามารถใช้เงินแก้ไขได้ คงจะไม่มีเรื่องราวที่น่าจดจำของเหล่านักเดินทางที่คุณได้รู้ได้เห็นหรอก ใครๆก็เจอความท้าทายจากการเดินทางทั้งนั้นแหละ ไม่ว่าจะมีเงินมากมาย หรือมีเงินจำกัด

ทุกๆรายละเอียดของชีวิตมีความท้าทายอยู่เสมอ การเดินทางก็เหมือนกัน ตัวของมันเอง มีความยากลำบากที่แตกต่างกันไปในแต่ละรูปแบบของการเดินทางที่นักเดินทางเลือก ไม่ว่าจะ เดินเท้า ปั่นจักรยาน รถยนต์ รถไฟ หรือเครื่องบิน เราต้องเจอกับเหตุการณ์ต่างๆมากมาย หลายคนอาจจะไม่ได้เจอความลำบาก ไม่ได้มองเห็นสิ่งที่พบเจอเป็นความลำบาก ส่วนหลายคนอาจโชคร้ายที่ต้องเจอกับสิ่งที่ไม่ชอบตลอดเวลาซ้ำๆ

การกินอยู่ หลับนอน และเรื่องอื่นๆ มันมีความยากลำบากของมัน อย่าง บอลพาเที่ยว (Backpacker Ball) ด้วยเงินที่เขามีไม่มาก เขาทำอะไรได้ทุกอย่างที่เขาต้องการ และปัญหาก็เข้ามาหาเขาแบบไม่ทันได้ตั้งตัวเสมอ ไม่ใช่เพราะข้อจำกัดด้านการเงิน ไม่ใช่เพราะวิธีการเดินทางของเขา แต่มันเป็นเรื่องปกติธรรมดาต่างหากที่เราต้องเจอกับสิ่งที่ไม่คาดคิด ปัญหาที่เราต้องพบเจอ การใช้ปัญญา ความอดทนอดกลั้น การมองโลกในแง่ดี จะช่วยทำให้เราผ่านมันไปได้ และช่วยเปลี่ยนทัศนคติที่เรามองปัญหาต่างๆที่เราต้องเผชิญ ทำให้เราเติบโตขึ้น

ในกรณีของการท่องเที่ยวด้วยจักรยาน ความลำบากพื้นฐานที่ต้องเจอเฉพาะส่วนของจักรยาน มีตั้งแต่การใช้แรงกำลังของเราในการพาจักรยาน สัมภาระ และตัวเรา ไปข้างหน้าเป็นระยะทางอันยาวไกล เจอทั้งแดด ลม ฝน การแบก ยกเข็น ไปตามเส้นทาง ที่เราไม่สามารถปั่นจักรยานได้ และการดูแลซ่อมบำรุงจักรยานเมื่อเสียระหว่างทาง


6. การตัดสินใจเดินออกมาจากชีวิตเดิมๆ

ความท้าทายที่ยากที่สุด กลับไม่ใช่ความท้าทายในการใช้ชีวิตวิถี Full-Time Traveler แต่เป็นการเริ่มต้นต่างหาก การเริ่มต้นเปลี่ยนการใช้ชีวิตของตัวเอง จากสิ่งเดิมๆที่คุ้นเคย ไม่ว่าเดิมเราเคยสะดวกสบายกับงานที่ทำอยู่ มีเงินใช้ อยู่บ้านอย่างมีความสุข, หรือว่าเราจะเป็นคนที่ทำงานหาเช้ากินค่ำก็ตาม การเปลี่ยนจากสิ่งที่คุ้นเคย ไปเป็นสิ่งอื่น มันไม่ง่าย มันไม่มีอะไรการันตีเลยว่า สิ่งที่เราจะเจอข้างหน้า จะเป็นอย่างไร เราจะสุขหรือเราจะทุกข์กับมัน แต่ก็ไม่เคยมีใครรู้อะไรล่วงหน้าไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตามไม่ใช่หรือ?

การใช้ชีวิตที่ได้พบเจอกับความน่าตื่นเต้น ชีวิตที่มีความหมาย ชีวิตที่มีเรื่องราวให้จดจำ มันต้องเต็มไปด้วยความท้าทายใช่ไหมล่ะ?!?


ผมส่งท้ายบันทึกนี้ ด้วยข้อความที่ได้รับส่งต่อมาทางอินเตอร์เน็ต ข้อความนี้

คนจำนวนหนึ่ง มักไม่ยอมตัดสินใจ ขวาไม่ไปซ้ายไม่ไป หน้าไม่ไปหลังไม่ไป นั่งร้องไห้อยู่แบบนั้นไปเรื่อยๆ จะลาออกหรือไม่ลาออก จะทำหรือไม่ทำ

ครั้นตัดสินใจไปแล้ว ไม่ยอมรับผลของการตัดสินใจ โทษนั่นนี่ โทษคนรอบข้าง โทษตนเอง แล้วนั่งโมโหอยู่อย่างนั้นไปเรื่อยๆ

ทักษะชีวิตที่ดีคือกล้าตัดสินใจ และรับผล แล้วแก้ไข

ทักษะชีวิตที่ดีเกิดจากการรู้ว่าทุกทางเลือกมีราคาต้องจ่ายเสมอ และทางที่เราเลือกวันนี้แม้ว่าจะแย่ แต่คนเราไม่มีทางจะรู้ได้อย่างมั่นใจว่าอีกทางเลือกหนึ่ง – ดีกว่า

สอบเข้าไม่ได้ วันนี้ร้องไห้ อีก 10 ปีจึงจะรู้ว่าโชคดีที่วันนี้สอบเข้าไม่ได้ ย้ายออกจากบ้านพ่อแม่วันนี้ ไปเป็นตัวของตัวเองเสียที ลำบากยากเข็ญวันนี้เพื่อชีวิตที่ดีกว่าในวันหน้า

ทุกๆโชคร้ายในชีวิต จะมีโชคดีรออยู่ข้างหน้าถ้าเรากล้าเผชิญทุกเรื่อง และสู้ไม่ถอย

ชีวิตมิได้มีไว้ให้ปลง

– นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

เรามาสนุกกับความท้าทายของชีวิตไปด้วยกันครับ