Tori’s Bakery House – แล้วฉันจะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง

Tori's Bakery House สตูล

ผมได้ปั่นจักรยานทางไกล มันก็มาถึงจุดหนึ่งที่ผมต้องหยุดพัก การปั่นจักรยานมาแล้ว 150 กิโลเมตร เจอทั้งแดดร้อน และฝนตก ก็ถึงจุดที่บอกตัวเองว่า พักก่อนแล้วค่อยไปต่อ ผมได้มาแวะพักอยู่ที่ร้านกาแฟเล็กๆร้านหนึ่งที่อยู่บนถนนข้างทางที่บังเอิญพบเจอ ทั้งๆที่ละแวกนั้นไม่มีบ้านเรือน ไม่มีชุมชนเลย แต่กลับมีร้านกาแฟติดแอร์อยู่อย่างนี้ – บรรยากาศของร้าน สถานที่ตั้งของร้าน การตกแต่งร้าน และการเดินทางมาถึงที่นี่ด้วยจักรยานของเรา ทำให้เราเริ่มต้นชวนคุยกับเจ้าของร้าน และเหตุการณ์ในครั้งนี้มันทำให้ความรู้สึกที่ผมมีต่อการปั่นจักรยานมันแตกต่างไปจากเดิม

เป็นปกติที่สำหรับนักปั่นจักรยานทางไกลทุกคน จะยกให้ร้านค้าทุกๆร้านที่อยู่ข้างทาง เป็นสุดยอดร้านในดวงใจ เพียงแค่ได้นั่งพักหลบร้อน ดื่มน้ำเปล่า พูดคุยกับเจ้าของร้าน แล้วความรู้สึกสดชื่นกะปรี้กะเปร่าก็หวนกลับคืนมาอีกครั้ง – สำหรับที่นี่ ในย่างก้าวแรกที่เราเดินเข้าไป เราก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน – ครั้งแรกที่ผมไปถึง วันนั้นเป็นวันฝนพรำ ที่ร้านไม่มีลูกค้านั่งอยู่ที่ร้านเลย มีเพียงผมและพี่ชายผม ที่ปั่นจักรยานตากฝนผ่านมา และแวะที่ร้านเพื่อหยุดพัก

กำแพงที่ร้าน Tori's Bakery House
กำแพงด้านหนึ่งของร้านนี้ ดูโดดเด่น เพราะโชว์ให้เห็นก้อนอิฐมอญแบบเก่า เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้พูดคุยกับเจ้าของร้านผู้ชาย “กำแพงด้านนี้สวยจัง ทำอย่างไร หาอิฐมาจากไหนหรอ” สำหรับคนที่ใส่ใจในรายละเอียดของงานก่อสร้าง การตกแต่งร้านที่เกิดขึ้นมาจากความคิดของเจ้าของร้าน เขาบอกเล่าเรื่องราวออกมาอย่างพรั่งพรู

ผมได้อิฐนี้มาจากโรงเผาอิฐเก่าในเมืองสตูล ไม่ห่างจากนี้ไปสักเท่าไหร่ โรงเผาอิฐเลิกทำแล้ว ผมก็ไปขอซื้ออิฐเขามา รื้อออกมาจากเตาเผาอิฐของเขาเลย…” เจ้าของร้านบอกให้เรารู้ถึงที่มาของอิฐที่เขาหามาได้

บทสนทนาที่สนุกสนาน มีเรื่องราว ถูกบอกเล่าออกจากปากเจ้าของร้าน ผู้ซึ่งเดินทางมาจากกรุงเทพ เพื่อมาลงหลักปักฐานที่จังหวัดสตูล มีความน่าสนใจมากมาย สิ่งที่เขาได้พบเจอที่จังหวัดเล็กๆนี้ เขาเอามาบอกเล่าให้เราฟังในฐานะที่เขาก็เป็นคนต่างถิ่น เขาพูดถึงเมืองเก่า อาคารที่ถูกทุบทิ้ง และเรื่องราวของธุรกิจแบบดั้งเดิมที่กำลังสูญหายไปจากชุมชน – สิ่งต่างๆที่เขาบอกเล่าให้เราฟัง เรารู้สึกอยากเข้าไปสัมผัส และรับรู้เรื่องราว รายละเอียดอื่นๆ ด้วยตัวเราเองเหลือเกิน สถานที่ที่เขาพูดถึงอยู่ไม่ไกล แค่ 3-4 กิโลเมตร จากร้านของเขา แต่เราไม่มีเวลาให้สำหรับการเดินทางไปเยี่ยมชมเมือง รู้สึกอยากมีเวลามากกว่านี้

ผมคิดว่า หากผมเดินทางด้วยรถยนต์ มีแผนที่ที่แน่ชัด มีจุดหมายปลายทางที่แน่ชัด ผมจะเดินทางได้เร็วเกินไป ไม่มีความจำเป็นให้แวะข้างทาง จะไม่ได้มีโอกาสพบเจอและพูดคุยสนทนากับคนที่อาศัยอยู่ในท้องถิ่น ที่มีเรื่องราวเล่าสู่กันฟัง – ซึ่งไม่ทุกครั้งหรอกนะ ที่เจ้าของร้านค้า จะพูดคุยสนทนากับคนต่างถิ่นที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เป็นโชคดีของผมที่ได้พบเจอกับคนที่คุยสนุก และมีเวลาให้กับการพูดคุยกับลูกค้าแบบนี้

การเดินทางด้วยจักรยาน ระยะทาง 100-200 กิโลเมตร ต่อวัน ถือเป็นระยะทางที่เป็นไปได้ เป็นการข้ามจังหวัด จากที่นอนหนึ่งไปสู่อีกที่นอนหนึ่ง ในขณะที่ระหว่างทาง เราได้หยุดพัก บ่อยครั้ง ทุกๆ 1-2 ชั่วโมง เพื่อพักเหนื่อยคลายร้อน ถึงแม้ไม่ใช่ร้านค้าทุกร้านที่เป็นมิตร ไม่ใช่ทุกคนที่พบเจอจะช่างคุยและมีเรื่องเล่า แต่การหยุดพักทุกๆ 1-2 ชั่วโมง หมายถึงระยะที่ห่างกันออกไปเพียง 30-80 กิโลเมตรเท่านั้น เราจะได้พบเจอกับคนหลายคน ได้คุยกับคนหลายคน และเราสามารถปะติดปะต่อเรื่องราวของพื้นที่ได้

Tori's Bakery House - Cappuccino

เราพักกันที่นี่ประมาณครึ่งชั่วโมง ดื่มกาแฟกันคนละแก้ว กินขนม ตากแอร์ ลดอุณหภูมิร่างกาย เมื่อรู้สึกสบายตัวขึ้น เราก็จ่ายเงิน แล้วขอตัวเดินทางกันต่อ

จากเหตุการณ์เล็กๆ ในร้านกาแฟร้านหนึ่งนั่นเอง ที่จุดประกายความคิดให้ผม อยากเดินทางท่องเที่ยว ด้วยจักรยาน ไปช้าๆ ได้เห็นประเทศไทยจากมุมมองที่แตกต่างออกไป แล้วรับฟังเรื่องราวของพื้นที่ เพื่อที่เราจะได้รู้จักกับประเทศไทยของเรามากขึ้นอีกนิดนึง


สถานที่ : Tori’s Bakery House

ที่อยู่ : 25/8 หมู่ 2 ต.นาทอน อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล

ข้อมูลเพิ่มเติมwww.facebook.com/Torisbakeryhouse

Google Map : โตริเบเกอร์รี่เฮ้าส์


บันทึก

  • ครั้งที่ 2 (1 ปี ถัดมา หลังจากการไปเยือนครั้งแรก) เขายังจำเราได้ ถามเราว่า หาอิฐได้แล้วหรือยัง

 

 

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.